ทวงคืนความรักและโรแมนติก ด้วยวิถีลูกผู้ชาย - MetalFortress

คุณรู้ไหมครับ มีโศกนาฏกรรมเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งที่ผมสังเกตเห็นในเว็บนี้ สิ่งที่ผมสังเกตเห็นเกี่ยวกับพวกผู้ชายขี้แพ้ก็คือ การมีความรักทำให้พวกเขาอยากจะยอมจำนนและมีความเป็นหญิงมากขึ้น มันไม่ใช่การมีความรักหรอกครับที่ทำร้ายพวกเขา แต่เป็นการยอมจำนนและความเป็นหญิงต่างหาก

ทีนี้ กับพวกเซียนจีบสาวหลายคนในเว็บนี้ พวกเขาสูญเสียความสามารถที่จะรักไปโดยสิ้นเชิง เพราะพวกเขาถูกฝึกมาว่าโรคคลั่งรักนั้นมันเลวร้ายแค่ไหน แต่พวกเขาใช้พลังงานผิดทาง ไม่ได้พยายามกำจัดนิสัยยอมคนและความเป็นหญิงให้หมดไป แต่พวกเขากลับลงเอยด้วยการกำจัดอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองทิ้ง และผลลัพธ์ก็คือ พวกเขารักใครไม่เป็นแม้ในยามที่พวกเขาต้องการจะรักก็ตาม

คนพวกนี้เชื่อมโยงการตกหลุมรักเข้ากับการเป็นพวกขี้แพ้และโรคที่เรียกว่าโรคคลั่งรัก อย่างไรก็ตาม มันมีความแตกต่างกันอย่างมหาศาลระหว่างความรักที่ดีที่มีการตอบรับซึ่งกันและกัน กับความหลงใหลแบบหน้ามืดตามัวอยู่ฝ่ายเดียวที่ลดค่าคุณให้กลายเป็นไอ้หน้าโง่จอมตื๊อ

คุณอยากรู้ไหมครับว่าคุณจะรู้ได้ยังไงว่าคุณมีทัศนคติที่ดีแล้ว? สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นก็คือ การตกหลุมรักสาวสักคนควรจะทำให้คุณอยากมีความเป็นชายมากขึ้น เป็นผู้นำ ทำให้เธอประทับใจจนตัวลอย และทำให้แน่ใจว่าเธอจะไม่มีวันลืมคุณได้ลง

ผมพบว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นกับตัวผมและแฟนของผม เกือบจะโดยบังเอิญด้วยซ้ำ แต่ด้วยสัญชาตญาณความเป็นชายของผมที่เข้ามาทำหน้าที่แทน ผมแทบไม่มีความจำเป็นต้องจำเทคนิคอะไรมากมายเลย ผมพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่าเธอเสพติดผมเข้าจริงๆ

ผู้ชายมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นพวกไก่อ่อนเวลาพวกเขามีความรัก สูญเสียความเป็นชายไป อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าผู้หญิงก็จะมีความเป็นหญิงและยอมตามมากขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งหมายความว่าผู้หญิงเข้าถึงธรรมชาติความเป็นหญิงของพวกเธอได้มากกว่าที่ผู้ชายเข้าถึงธรรมชาติความเป็นชายของตนเอง ทำไมเรื่องนี้ถึงเกิดขึ้น?

อย่างแรกเลย ต้องโทษการขาดต้นแบบความเป็นพ่อที่ดีในสังคม ไม่มีใครสอนเด็กผู้ชายให้เป็นลูกผู้ชาย ไม่มีใครสอนพวกเขาให้เข้าถึงธรรมชาติความเป็นชายของตนเอง บรรดาแม่ๆ ต่อให้พยายามแค่ไหน ก็ไม่สามารถทำหน้าที่นี้ได้ดีพอ เพราะพวกเธอไม่รู้วิธีสอนธรรมชาติของความเป็นชาย เนื่องจากธรรมชาติของพวกเธอคือผู้หญิง เมื่อเด็กผู้ชายจำนวนมากถูกสอนเรื่องความรักโดยแม่ของพวกเขา พวกเขาจึงซึมซับเอาธรรมชาติของผู้หญิงมา

พวกผู้หญิง เวลาที่พวกเธออินเลิฟมากๆ ก็ยังคงมีความเป็นหญิงมากขึ้น (เป็นส่วนใหญ่) ซึ่งชัดเจนว่าเป็นเพราะการเลี้ยงดูจากแม่ แม้จะขาดต้นแบบจากแม่ ผู้หญิงก็ยังชอบพูดคุยเรื่องความรู้สึกและเรื่องผู้ชาย ในขณะที่ผู้ชายไม่ได้คุยเรื่องผู้หญิงกันมากนัก นอกจากการออกความเห็นห้วนๆ และการคุยโม้

ทีนี้ สำหรับพวกนักจีบสาวและเซียนทั้งหลาย พวกเขาโฟกัสหนักเกินไปที่เทคนิคและโฟกัสน้อยไปที่เรื่องทัศนคติ พวกเขาจะแกล้งทำตัวเป็นชายและเป็นผู้นำได้ชั่วคราว แต่พอเข้าสู่ความสัมพันธ์ระยะยาว นั่นแหละคือตอนที่พวกเขาจะเจอกับแรงเสียดทาน พวกเขาคิดว่า "เยี่ยม ฉันทำให้เธอชอบฉัน หรือยอมนอนกับฉันได้แล้ว ตอนนี้ฉันสามารถแสดงตัวตนที่แท้จริง และเลิกกังวลกับไอ้เรื่องไร้สาระทั้งหมดที่เรียนมาได้สักที มันเป็นงานที่เหนื่อยเกินไป" อ้าว นั่นแหละครับคือปัญหา การเป็นลูกผู้ชายไม่ควรจะเป็นงาน การเป็นลูกผู้ชายควรจะเป็นเรื่องสนุก ควรเป็นเรื่องที่ไม่ต้องพยายาม ทำไมต้องไปกังวลกับมันด้วย? คุณควรจะมีความเป็นชายโดยธรรมชาติและรักในสิ่งที่คุณทำสิครับ

แต่ปัญหาก็คือ พวกเขาไม่เคยฝังอารมณ์รักและความโรแมนติกเข้ากับเทคนิคความเป็นชายที่เพิ่งค้นพบ และเทคนิคเหล่านั้นก็ไม่ได้กลายเป็นทัศนคติ มันยังคงเป็นแค่เทคนิคเฉยๆ ความรักกลายเป็นขั้วตรงข้ามของการเป็นลูกผู้ชาย และพวกเขาก็หลีกเลี่ยงมันราวกับโรคระบาด หรือไม่ พวกเขาก็เข้าสู่ความสัมพันธ์ระยะยาว แล้วพวกเขาก็เลิกใช้เทคนิคแบบเซียน แล้วเริ่มเป็นตัวตนที่แท้จริงของพวกเขาแทน แล้วเกิดอะไรขึ้น? พวกเขายอมถอดกางเกงในความสัมพันธ์ออก แฟนสาวของพวกเขาก็หยิบกางเกงตัวนั้นมาใส่แทน และผู้ชายคนนั้นก็ถูกปกครองและถูกทิ้งในที่สุด

ผู้หญิงรู้ครับว่าความสัมพันธ์มันมีบทบาทหน้าที่อยู่ พวกเธอแค่ไม่ยอมรับมันออกมา และถ้าคุณเริ่มพยายามจะไปทำหน้าที่ในบทบาทของพวกเธอ จิตใต้สำนึกของพวกเธอจะเริ่มพยายามมาทำหน้าที่ในบทบาทของคุณแทน และเนื่องจากมันไม่ใช่ธรรมชาติของพวกเธอที่จะทำแบบนั้น โอกาสที่ความสัมพันธ์จะรอดจึงต่ำมาก และคุณก็บอกลาความสัมพันธ์นั้นไปได้เลย บ๊ายบาย

แล้วพวกผู้ชายที่เป็นธรรมชาติเขาทำกันยังไง? ผู้นำที่มีความเป็นชายและเป็นผู้ปกครองคือตัวตนที่พวกเขาเป็น มันไม่ใช่ฉากหน้า มันไม่ใช่เรื่องหลอกลวง มันคือตัวจริงของพวกเขา พวกเขาแค่เป็นตัวของตัวเอง พวกเขาสามารถมีความรักได้โดยไม่ถูกเล่นงาน เพราะพวกเขาเข้าถึงธรรมชาติในฐานะลูกผู้ชาย และความรักทำให้พวกเขาอยากมีความเป็นชายมากขึ้น ไม่ใช่มีความเป็นหญิงมากขึ้น เรื่องนี้ส่งผลถึงความโรแมนติกด้วย การประเคนของขวัญให้เธอ การเป็นคนรับใช้ของเธอ หรืออะไรก็ตามแต่ ไม่ใช่ความโรแมนติกที่แท้จริง มันคือเรื่องปาหี่ที่ถูกยัดใส่ถุงกระดาษสีน้ำตาลติดป้ายห่วยๆ มาหลอกขายเรา แล้วเราก็ดันซื้อมาซะด้วย ความโรแมนติกที่แท้จริงคือสิ่งที่ทำให้เธอประทับใจจนตัวลอย พาเธอไปและแสดงให้เธอเห็นโลกที่คุณสามารถนำพาเธอเข้าไปได้ ที่ซึ่งเธอกลายเป็นผู้ตามและชอบมันสุดๆ

ประเด็นของเรื่องนี้ครับทุกคน ก็คือการเป็นนักรักชายชาตรีที่ผู้หญิงเชื่อมโยงกับหนุ่มละตินนักรักต้นแบบ และนิยายรัก (หนังโป๊ทางอารมณ์) ที่พวกเธอชอบนักหนานั้น เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเป็นแค่เทคนิค ฝังมันลงไปในทัศนคติของคุณ แล้วคุณจะไม่ต้องพยายามทำเหมือนมันเป็นงาน และกลายเป็นคนขมขื่น แทนที่จะเป็นอย่างนั้น คุณแค่ต้องเป็นตัวของตัวเอง คุณจะสามารถพึงพอใจและมีความสุขสำราญบานใจ และเธอก็จะพึงพอใจและตกหลุมรักคุณ เหมือนกับที่คุณรักเธอ อย่าทิ้งขว้างความรักและความโรแมนติกไปครับ เอามันกลับคืนมา ทำให้มันเป็นอย่างที่มันควรจะเป็น และโอบกอดมันไว้ครับ